เราใช้คุกกี้เพื่อจดจำความสนใจของคุณและแสดงโฆษณาที่ตรงกับคุณมากขึ้น คุณเลือกได้ว่าจะให้เก็บข้อมูลพฤติกรรมหรือไม่ (PDPA)
สอนคิด Rental Yield คอนโดเชียงใหม่แบบครบ Gross/Net/Cash-on-Cash พร้อมค่าใช้จ่ายแฝงและภาษีที่คนมักลืม ใช้ตัวเลขค่าเช่าย่านนิมมาน-มช จริงปี 2569

ซื้อคอนโดเชียงใหม่ปล่อยเช่า คำนวณ Rental Yield ยังไงให้ไม่ขาดทุน
"คอนโดนี้ปล่อยเช่าได้เดือนละ 15,000 yield ตั้ง 9% คุ้มมาก" — ประโยคแบบนี้เห็นบ่อยในหน้าขายคอนโด ปัญหาคือตัวเลข 9% นั้นมักเป็นแค่ Gross Yield ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอะไรเลย พอเอาต้นทุนจริงมาใส่ครบ ผลตอบแทนที่เหลือในกระเป๋าอาจหายไปครึ่งหนึ่ง บทความนี้จะพาคิดให้ครบทุกชั้น เพื่อให้รู้ว่าคอนโดเชียงใหม่ที่เล็งไว้ "ปล่อยเช่าแล้วกำไรจริง" หรือแค่ดูดีบนกระดาษ
Rental Yield คืออัตราผลตอบแทนค่าเช่าต่อปีเทียบกับเงินที่ลงไป มี 3 แบบที่ควรรู้ (ที่มา: DDproperty, Noble)
1. Gross Rental Yield = (ค่าเช่าทั้งปี ÷ ราคาคอนโด) × 100 — ตัวเลขดิบที่หน้าขายชอบโชว์ เช่น คอนโด 2 ล้าน เช่าเดือนละ 15,000 = (180,000 ÷ 2,000,000) × 100 = 9% ฟังดูสวย แต่ยังไม่หักอะไรเลย
2. Net Rental Yield = ((ค่าเช่าทั้งปี − ค่าใช้จ่ายทั้งปี) ÷ ราคาคอนโด) × 100 — อันนี้คือความจริง ตัวอย่างจากแหล่งอ้างอิง คอนโด 3 ล้าน เช่าเดือนละ 20,000 (240,000/ปี) หักค่าส่วนกลาง 24,000/ปี เหลือ 216,000 → Net Yield = 7.2%
3. Cash-on-Cash Yield = ((ค่าเช่าทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − เงินผ่อนแบงก์) ÷ เงินสดที่ลงจริง เช่น ดาวน์+ตกแต่ง) × 100 — สำคัญที่สุดสำหรับคนที่กู้ เพราะวัดผลตอบแทนต่อ "เงินสดที่ควักจริง" ไม่ใช่ราคาคอนโดเต็ม
ช่องว่างระหว่าง Gross กับ Net คือ "ต้นทุนที่มองไม่เห็น" ซึ่งมีอยู่จริงทุกเดือน ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องบวกเข้าไป ได้แก่ ค่าส่วนกลาง (คิดตามตารางเมตร), ค่านายหน้าหาผู้เช่า (ปกติ ~1 เดือนของค่าเช่า), ค่าประกัน, และค่าซ่อมบำรุง/เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ตามอายุการใช้งาน (ที่มา: DDproperty)
ฝั่งภาษีมี 3 ตัวที่เกี่ยวข้องโดยตรง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค่าเช่าถือเป็นเงินได้ที่ต้องยื่น), ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จ่ายรายปี และ อากรแสตมป์ 0.1% ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา (ที่มา: DDproperty) สามตัวนี้คนคำนวณ yield มือใหม่มักลืม แล้วพอเจอจริงผลตอบแทนเลยต่ำกว่าที่คิด
อีกตัวที่ต้องเผื่อแต่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายตรงๆ คือ Vacancy หรือช่วงห้องว่างหาผู้เช่าไม่ได้ ถ้าปล่อยได้ 10 เดือนต่อปีแทนที่จะเต็ม 12 เดือน รายได้จริงก็หายไป ~17% ทันที — ควรคิดเผื่อไว้ในประมาณการเสมอ
ค่าเช่าจริงย่านนิมมาน–มช ปี 2569 อยู่ในช่วงที่พอประเมินได้: โครงการอย่าง The Nimmana ปล่อยเช่าราว 13,000–50,000 บาท/เดือน, Punna Residence @ Nimman ราว 13,000–29,000 บาท/เดือน ส่วนค่าเช่าเฉลี่ยย่านนิมมานอยู่ที่ สตูดิโอ ~19,000 / 1 ห้องนอน ~24,000 บาท/เดือน (ที่มา: DDproperty, Propertyscout) — ตัวเลขเฉลี่ยนี้ถูกดึงสูงจากห้องหรูบางยูนิต ของจริงสำหรับห้องมาตรฐานควรอิงช่วงล่างของโครงการมากกว่า
ลองคิดเป็นตัวอย่าง (สมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทน): คอนโด 1 ห้องนอนใกล้ มช. ราคาซื้อ 2.5 ล้านบาท ปล่อยเช่า 13,000 บาท/เดือน → Gross = (156,000 ÷ 2,500,000) = 6.24% เมื่อหักค่าส่วนกลาง + ประกัน + เผื่อซ่อม + vacancy รวมสมมติ ~30,000 บาท/ปี เหลือ Net ≈ (126,000 ÷ 2,500,000) = 5.04% ตัวเลขนี้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่หลายแหล่งมองว่า Net 4–5% ในปี 2569 ถือว่าน่าสนใจเมื่อดอกเบี้ยเงินฝากยังต่ำ (ที่มา: Noble)
ทำเลที่ช่วยลด vacancy ในเชียงใหม่คือบริเวณที่มีดีมานด์เช่าตลอดปี เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย (มช., แม่โจ้), ย่านออฟฟิศ/นิมมานที่มีทั้งคนทำงานและต่างชาติ long-stay การเลือกทำเลที่ผู้เช่าไม่ขาดสำคัญกับ yield จริงพอๆ กับราคาที่ซื้อเข้ามา
อย่าตัดสินใจซื้อคอนโดปล่อยเช่าจากตัวเลข Gross Yield ที่หน้าขายโชว์ ให้คิด Net และ Cash-on-Cash โดยใส่ค่าส่วนกลาง ภาษีทั้ง 3 ตัว ค่าซ่อม และ vacancy เข้าไปให้ครบ เกณฑ์คร่าวๆ คือ Net 4–5% ในเชียงใหม่ถือว่าใช้ได้ ถ้าได้ทำเลที่ผู้เช่าไม่ขาดก็ยิ่งมั่นคง ทั้งนี้การลงทุนอสังหาฯ เป็นเงินก้อนใหญ่ ควรตรวจสอบตัวเลขจริงของแต่ละห้องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเสมอ
อยากเทียบคอนโดเชียงใหม่ในงบของคุณ พร้อมดูค่าเช่าในทำเลจริงเพื่อประเมิน yield ก่อนตัดสินใจ เข้ามาดูได้ที่ propadopt.com แล้วกดติดตาม Prop Adopt ไว้ ไม่พลาดข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจลงทุนได้จริง