เราใช้คุกกี้เพื่อจดจำความสนใจของคุณและแสดงโฆษณาที่ตรงกับคุณมากขึ้น คุณเลือกได้ว่าจะให้เก็บข้อมูลพฤติกรรมหรือไม่ (PDPA)
เจ้าของบ้านหลังที่สองและคอนโดปล่อยเช่าต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 ตั้งแต่บาทแรก อัตรา 0.02% พร้อมตัวอย่างคำนวณ ข้อควรระวัง และกำหนดชำระ

มีบ้านหลังที่สอง/คอนโดปล่อยเช่า? ภาษีที่ดินฯ 2569 คุณต้องจ่ายเท่าไหร่
คุณเพิ่งปิดดีลคอนโดหลังที่สองเพื่อปล่อยเช่า คำนวณ rental yield ไว้สวยหรู แล้วจู่ ๆ ก็มีจดหมายจากเทศบาลส่งมาแจ้ง "ประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" — หลายคนถึงตรงนี้เริ่มกังวลว่าจะโดนเก็บหนักจนกินกำไรค่าเช่าหมด ความจริงคือภาษีตัวนี้สำหรับที่อยู่อาศัยไม่ได้สูงอย่างที่กลัว แต่ "บ้านหลังที่สอง" กับ "บ้านหลังแรก" เสียไม่เท่ากัน และมีกับดักเล็ก ๆ ที่ทำให้บางคนจ่ายแพงกว่าที่ควรถึง 15 เท่า บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียว
หัวใจของภาษีที่ดินฯ อยู่ที่คำว่า "การยกเว้น" บ้านหลังแรกที่คุณเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าประเมิน 50 ล้านบาทแรก (กรณีเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว ยกเว้น 10 ล้านบาทแรก) แปลว่าคนมีบ้านหลังเดียวส่วนใหญ่แทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
แต่พอเป็น บ้านหลังที่สองขึ้นไป หรือคอนโดที่ซื้อไว้ปล่อยเช่า สิทธิยกเว้นนี้หายไปทันที คุณต้องเสียภาษี "ตั้งแต่บาทแรก" ของมูลค่าประเมิน ตามข้อมูลจาก ธนาคารกรุงไทย และ แสนสิริ เหตุผลคือรัฐมองว่าทรัพย์สินส่วนเกินจากที่อยู่อาศัยหลัก ถือเป็นการถือครองเพื่อการลงทุน จึงไม่ให้สิทธิยกเว้นเหมือนที่อยู่อาศัยหลัก
นี่คือส่วนที่ทำให้ใจชื้นขึ้น — อัตราภาษีสำหรับ "ที่อยู่อาศัยหลังอื่น" นั้นต่ำ คิดแบบขั้นบันไดตามมูลค่าประเมิน เริ่มต้นที่ 0.02% สำหรับมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือพูดให้จำง่ายคือ "ล้านละ 200 บาทต่อปี" และไล่ขึ้นเป็นขั้นบันได 0.02%–0.10% เมื่อมูลค่าสูงขึ้น (ข้อมูลจาก DDproperty และ กรุงศรี)
ลองดูตัวอย่างในบริบทคอนโด/บ้านเชียงใหม่ที่คนซื้อปล่อยเช่ากันจริง:
คอนโดเชียงใหม่ปล่อยเช่า มูลค่าประเมิน 2.5 ล้านบาท → ภาษีราว 500 บาท/ปี
คอนโดมูลค่า 3 ล้านบาท → ภาษีราว 600 บาท/ปี (ตัวเลขนี้ตรงกับตัวอย่างที่หลายแหล่งอ้างอิงตรงกัน)
บ้านหลังที่สองมูลค่า 5 ล้านบาท → ภาษีราว 1,000 บาท/ปี
เทียบกับค่าเช่าที่เก็บได้ทั้งปี ภาษีที่ดินถือเป็นต้นทุนก้อนเล็กมาก แต่ "เล็ก" ไม่ได้แปลว่า "ไม่ต้องสนใจ" เพราะมันต้องถูกนำไปรวมในการคำนวณ net yield ที่แท้จริงของคุณ ควบคู่กับค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง และภาษีเงินได้จากค่าเช่า
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นคำนวณจาก "ราคาประเมินทุนทรัพย์" ของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาตลาดที่คุณซื้อมา ซึ่งมักต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง ภาษีที่จ่ายจริงจึงมักน้อยกว่าที่ประเมินจากราคาซื้อ
จุดที่นักลงทุนมือใหม่พลาดบ่อยที่สุดคือ "การจัดประเภทการใช้ประโยชน์" กฎหมายดูที่ การใช้งานจริง ของห้อง/บ้าน ไม่ใช่แค่ว่าคุณตั้งใจซื้อมาทำอะไร
ถ้าคุณปล่อยเช่าให้ผู้เช่าเข้าไป "อยู่อาศัย" ตามปกติ ยังถือเป็นอัตรา ที่อยู่อาศัย (เริ่ม 0.02%) ตามที่ กรุงศรี ระบุว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของใช้อยู่เอง ให้ญาติอยู่ หรือให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ให้เสียในอัตราที่อยู่อาศัย
แต่ถ้าห้องนั้นถูกใช้ เชิงพาณิชย์ เช่น ทำเป็นออฟฟิศ ร้านค้า โฮสเทล หรือมีการจดทะเบียนบริษัทใช้ที่อยู่นั้นประกอบกิจการ อัตราจะกระโดดไปเริ่มต้นที่ 0.3% ซึ่งแพงกว่าอัตราที่อยู่อาศัยถึงราว 15 เท่า นี่คือสิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษถ้าคุณปล่อยเช่ารายวัน/ทำ short-term rental แบบกึ่งโรงแรม เพราะอาจถูกตีความเป็นเชิงพาณิชย์ได้
สำหรับปีภาษี 2569 มีการ ขยายเวลาชำระ ออกไป จากเดิมที่ครบกำหนดเดือนเมษายน เลื่อนเป็นภายในเดือนมิถุนายน 2569 และยังเปิดให้ ผ่อนชำระได้ 3 งวด (มิถุนายน / กรกฎาคม / สิงหาคม) ตามที่ ThaiPBS รายงาน
เมื่อได้รับจดหมายแจ้งประเมินจาก อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ที่ทรัพย์ของคุณตั้งอยู่ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบว่า (1) ประเภทการใช้ประโยชน์ที่เขาระบุถูกต้องไหม (2) มูลค่าประเมินสมเหตุสมผลไหม หากพบว่าผิด สามารถยื่นคัดค้านการประเมินได้ตามขั้นตอน อย่าเพิ่งรีบจ่ายถ้าตัวเลขดูผิดปกติ
ภาษีที่ดินฯ สำหรับบ้านหลังที่สองและคอนโดปล่อยเช่า ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว — อัตราที่อยู่อาศัยเริ่มที่ 0.02% หรือล้านละ 200 บาท/ปี และเสียตั้งแต่บาทแรกเพราะไม่มีสิทธิยกเว้นเหมือนบ้านหลังแรก สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ คือการถูกจัดเป็น "เชิงพาณิชย์" ที่ทำให้อัตราพุ่งไป 0.3% และอย่าลืมนำภาษีตัวนี้ไปรวมในการคำนวณผลตอบแทนการลงทุนให้ครบ การรู้ต้นทุนจริงทุกมุมต่างหากที่แยกนักลงทุนที่ "ได้กำไรจริง" ออกจากคนที่แค่ "คิดว่าได้กำไร"
อยากเปรียบเทียบ property ในงบของคุณพร้อมประเมินต้นทุนการถือครองให้ครบก่อนตัดสินใจ? เข้ามาดู listing และข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริงที่ propadopt.com และกดติดตาม Prop Adopt ไว้ ไม่พลาดเรื่องที่คนมี property ต้องรู้
บทความนี้ให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี/กฎหมายแบบเฉพาะเจาะจง กรณีถือครองหลายแปลงหรือมูลค่าสูง แนะนำปรึกษานักวางแผนภาษีหรือ อบต./เทศบาลในพื้นที่เพื่อความแม่นยำ